บทที่1
.
.
.
กริ๊งงงงงงงงงง! เสียงกริ่งกรีดร้องด้วยเสียงแหลมและแสบแก้วหู ฉันรีบดีดตัวลุกจากที่นอน ซึ่งปูด้วยผ้าห่มนวมพับครึ่ง คุณนึกถึงที่นอนปิ๊กนิคออกมั้ยล่ะ นั่นแหละหลักการเดียวกันเลย
เสียงกริ่งยังไม่ทันจางหาย ก็มีเสียงแทรกเข้ามา "ตื่นๆๆๆ จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน รีบลงมาทำเวรเดี๋ยวนี้เลยนะ เวรโรงครัว เวรห้องน้ำ เวรห้องโถง จัดการให้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้"
' โถ่เอ้ย! รำคาญชมัดยาด ขอนอนต่ออีกนิดไม่ได้หรอ นี่ฉันเพิ่งจะอายุ 15 ชีวิตวันรุ่นอันสวยงามของฉันต้องมาตื่นนอนตอนเช้าเพื่อทำเวรเนี่ยนะ '
หลังจากจัดการเรื่องเวรทำความสะอาดประจำวันเสร็จ ฉันก็รีบบึ่งไปอาบน้ำ แต่งตัวเพื่อจะไปโรงเรียน ใช่แล้ว โรงเรียนล่ะ ฉันจะบอกให้ โรงเรียนมีแต่เรื่องสนุกๆให้ทำได้ทั้งวัน ฉันชอบอยู่กับกลุ่มเพื่อนของฉัน เราเล่นซ่อนหากัน และบางครั้งเมื่อถึงฤดูหมากเก็บ พวกเราก็จะเล่นหมากเก็บกัน
เพื่อนบางคนของฉันเริ่มรักสวยรักงาม บางคนมีสิวเม็ดเป้งที่บริเวณแก้ม แต่ฉันไม่ยักกะมี ฉันก็อยากมีบ้างนะ เพราะมันเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่ เหมือนพวกรุ่นพี่ ม.6 กัน มีอยู่ครั้งนึงฉันเห็นรุ่นพี่ที่เป็นแฟนกันทะเลาะกันและพี่ผู้หญิงถูกพี่ผู้ชายผลักอย่างแรง ฉันไม่เข้าใจว่า ทำไมพวกเค้าถึงต้องทะเลาะกันด้วย พอถัดมาอีกวันเห็นรุ่นพี่ทั้งสองคนป้อนขนมกัน ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมพี่ผู้หญิงถึงไม่โกรธพี่ผู้ชาย แต่ก็ช่างเถอะ มันไม่ใช่เรื่องของฉันเลยสักนิด ตอนนี้ที่ฉันควรสนใจคือ ฉันจะทำยังไงให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ ฉันอยากเป็นผู้ใหญ่ไวๆ ฉันมีความฝันล่ะ ฉันฝันอยากเรียนมหาลัย จะสายอะไรก็ช่าง ขอแค่ได้เรียนมหาลัยก็พอละ ความจริงฉันก็อยากเป็นพยาบาลนะ แต่ฉันได้ยินครูบอกว่า ต้องเรียนกับอาจารย์ใหญ่ ซึ่งอาจารย์ใหญ่นี้คือคนที่ตายไปแล้ว ฉันจึงเปลี่ยนใจไม่อยากเป็นพยาบาลแล้ว
ตอนนี้ฉันเลยอยากเป็นไกด์แทน ตอนนี้ชีวิตก็ปกติดีแล้วมันจะมีอะไร๊
ปล.ยังเขียนไม่จบ สมองไม่เปรี้ยง สมาธิไม่มี เนื่องจากกำลังนั่งว่างอยู่ในห้องดนตรี ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง
เด็กๆนักเรียนเสียงดัง และความทรงจำของเราก็เลือนลางอีกตะหาก ความจริงเราไม่ได้อยากเขียนแบบนี้ แต่สอมงมันสั่งการให้เขียนแบบนี้ไปแล้ว ไว้จะหาเวลาที่ว่างและจิตใจสงบจริงๆมาเขียนต่อดีกว่า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น